เธอกับฉัน

posted on 05 Jun 2011 01:35 by lookchinjeck
นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่ฉันรู้สึกถึงคำว่า "ไม่ดีพอ"
ฉันไม่ได้เคยอยากที่จะกลายเป็นตัวตลก หรือสร้างปัญหาให้กับใคร...
แต่ฉันก็คือ... "ฉัน"

ฉันรู้มานานว่าตรงนี้อาจจะไม่ใช่ที่ที่ฉันควรยืน
ฉันปลอบตัวเอง จนหลังๆเริ่มจะกลายเป็นการหลอกตัวเองเสียมากกว่า
จนสุดท้าย... ฉันต้องตะโกนบอกเสียงในใจของฉันออกมา
แต่... ไม่เห็นมีใครได้ยิน...
เสียงของฉันเบากว่าเสียงหัวเราะของเธอเวลาที่รับฟังฉันเสียอีก

เธอบอกมาว่า... เธอเหนื่อย
ฉันเองก็ยิ่งเหนื่อย
เหนื่อยเหลือเกินกับการวนเรืออยู่ในอ่างหินสีสวยและดูเเข็งเเรงที่ใครๆต่างมองเห็นกัน
แต่ฉันหาทางออกไม่เจอ...

เธอบอกมาว่า... เธอรักฉัน
... รักมากขึ้นทุกวัน ...
ความรักของฉันก็ไม่เคยลดลงเลย...
ไม่มีนาทีไหนที่ฉันไม่รักเธอ
แต่ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว... ฉันเดินไปกับเธอตอนนี้ไม่ไหวแล้ว...

เธอบอกมาว่า... อยากให้ "เรา" เดินไปด้วยกัน
แต่บางครั้งฉันก็หาเธอไม่เจอ
บนทางที่ขรุขระของฉันมีเพียงฉัน...
กับเงาของเธอ... บนทางของเธอ

ฉันรู้ว่าเธอรักฉันมาก
การกระทำ... ของเธอชัดเจน
เเต่...
ความรู้สึก... ของฉันก็ชัดเจนเช่นกัน
ว่าฉันเริ่มรู้สึกถึงมันน้อยลง

ในวันนี้... ฉันได้รู้ว่าตัวเองเป็นตัวการที่ทำให้เธอเหนื่อยมากขึ้น
ฉันควร "หยุด" ดีไหม???
อาจจะดูโง่... ขี้ขลาด... หรือว่าเห็นแก่ตัว...
แต่ฉันเชื่อว่านี่จะเป็นสิ่งที่จริงใจที่สุด
ที่ฉันจะทำให้กับ... "ฉัน"

สีเทียน

posted on 28 May 2011 00:40 by lookchinjeck
"ผมอยากจะเขียน..."

    HUGH MACLEOD ผู้เเต่งหนังสือเรื่อง “Ignore Everybody” กล่าวไว้ว่า...
Everyone is born creative; everyone is given a box of crayons in kindergarten.
(ทุกคนเกิดมาเป็นนักสรางสรรค์; ตอนอยู่อนุบาลเราต่างก็ได้รับกล่องสีเทียนเอาไว้วาดเขียนเล่น)

    ผมก็เช่นกัน... ผมเคยมีสีเทียนหลากหลายสี ใช้ขีดเขียนวาดภาพได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
    แต่พอโตขึ้น...สีเทียนแท่งแล้วแท่งเล่ากลับถูกยึดเอาไป การวาดภาพเเต่ละครั้งเริ่มยากขึ้น

    ... ทำไม??? ...
    เพราะเราเริ่มไม่สนุกกับการวาดเอาเสียเลย

    ... เมื่อก่อน ...
    เราเคยระบายสีผสมกัน
    ขีดเส้นไม่เป็นทิศทาง
    หรือวาดรูปที่มีแต่เราเข้าใจคนเดียว
    ... เราสนุก ...
     
    ...แต่ตอนนี้ ...
    เราในร่างผู้ใหญ่กลับกดหัวเด็กคนนั้นลง แล้วยึดเอาสีเทียนออกไปโยนทิ้ง เนื่องจาก...
    เราเริ่มกลัวที่จะระบายสีโย้ไปเฉมาออกนอกกรอบ
    กลัวที่จะใช้สีที่ดูทึมๆ เชยๆ
    ไม่กล้าระบายสีเลอะเทอะเปรอะเปื้อน
    หรืออายที่เวลาวาดรูปแล้วไม่เหมือนต้นเเบบ
    ... เราเหนื่อย (มาก) ...

    ความเป็นเด็กของเราเริ่มน้อยลง ก็เหมือนกับที่เทียนที่ค่อยๆ หายไปจากกล่อง เด็กน้อยคนนั้นไม่เคยจะต้องไปเเคร์ถึงกฎระเบียบ ค่านิยม วัฒนธรรม ชื่อเสียง เกียรติยศ ศักดิ์ศรี อะไรมากมายเท่ากับผู้ใหญ่ในตอนนี้ เด็กๆไม่คิดว่าจะต้องวาดรูปเพื่อให้ได้โล่ห์ หรือระบายสีไปเพื่อให้คนเเซ่ซ้องสรรเสิญ

    ... เราสร้างสรรค์มันด้วยความสนุกสนาน ...

    ผมในวันนี้จึงพาตัวเองมานั่งหน้าคอม ลองเขียนอะไรดูบ้างเพื่อเป็นการปลดปล่อยจินตนาการ
จัดลำดับความคิด เเละใช้เวลาเพียงน้อยนิดในหนึ่งวันที่วุ่นวายอยู่กับตัวเองบ้างดูบ้าง

    ... เพียงเพื่อทบทวนความฝัน ก่อนที่จะถูกยึดเอาสีเทียนกลับอกไปจนหมดกล่อง ...

edit @ 29 May 2011 03:40:32 by lookchinjeck

edit @ 29 May 2011 03:41:34 by lookchinjeck